สร้างเรือสำเภาจีนโบราณประกอบภาพยนตร์

อลังการทัพเรือ เปิดศึกยุทธนาวี ไล่ล่าผู้คิดคดทรยศ

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3


ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สร้างเรือสำเภาจีนโบราณลำเดียวในโลก ให้ฉาก ยุทธนาวี ยิ่งใหญ่สุดอลังการ พร้อมฉาย 31 มี.ค.นี้ (พร้อมมิตร โปรดักชั่น)

ท่านมุ้ย – ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เปิดเผยว่า”สำหรับภาค 3 ยุทธนาวี มีกำหนดฉายในวันที่ 31 มีนาคมนี้แน่นอน ทุกโรงภาพยนตร์ โดยมีฉากสำคัญคือยุทธนาวี ซึ่งวงการภาพยนตร์ไทยไม่เคยมีฉากรบทางเรือที่สมจริงและยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในลักษณะนี้มาก่อน เป็นฉากที่พระยาจีนจันตุพยายามแล่นเรือสำเภาหนีการไล่ล่าของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังถูกจับได้ว่าเป็นสายลับให้เขมร มีการสร้างเรือสำเภาจีนโบราณที่สามารถใช้งานได้จริงเป็นลำเดียวในโลก ออกแบบโดย อ. กนก ขาวมาลา แห่งพิพิธภัณฑ์เรือไทย และ น.ท. ประสาร ขวัญโพชา ร.น. กรมอู่ทหารเรือ เป็นทีมออกแบบโครงสร้าง โดยหลังจากถ่ายทำเสร็จแล้วก็เตรียมให้ประชาชนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดที่กองถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป”

เรือสำเภาจีนโบราณลำนี้ยาว 35 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร  ความสูง 2 ชั้น 5 เมตร ใช้ฝีพาย 72 คน ประจำ 36 ช่องพาย  ผู้ออกแบบใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลจากพงศาวดารไทยและบันทึกประวัติศาสตร์ของต่างชาติที่เข้ามาในสมัยอยุธยานับร้อยเล่ม ตั้งแต่ปี 2551 โดยท่านมุ้ยกำกับดูแลและให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ออกแบบและทีมสร้างอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ใช้เวลาในการสร้างและตกแต่งถึง 6 เดือน ด้วยงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท โครงสร้างเป็นเหล็กและใช้ไม้ประกอบและตกแต่งทั้งลำ มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี โดยสามารถปรับเปลี่ยนเป็นเรือสำเภาแบบตะวันตกได้เพื่อนำไปใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยได้ต่อไปในอนาคต

ติดตามชมความอลังการของฉากยุทธนาวี และเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย ในภาพยนตร์จตุรภาคเรื่องยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 : ยุทธนาวี พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 31 มีนาคมนี้

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

 

ชาวเกาะเปริดตื่นพบเรือโบราณกว่า 200 ปี

 

ชาวเกาะเปริดตื่นพบเรือโบราณกว่า 200 ปี

ชาวบ้านตำบลเกาะเปริด จังหวัดจันทบุรี พบเรือสำเภาอายุกว่า 200 ปี กลางนากุ้ง และเตรียมประสานกรมศิลปากรตรวจสอบอายุเรือและความสัมพันธ์กับชุมชน
เรือสำเภาโบราณถูกพบกลางนากุ้งของนายสุธี สร้อยศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะเปริด จังหวัดจันทบุรี หลังจ้างรถแทรกเตอร์มาปรับพื้นที่

จากการตรวจสอบพบว่า ซากเรือยังมีความสมบูรณ์ ส่วนลักษณะเป็นเรือทรงรีป่องกลาง ความยาวตลอดลำ 11 เมตร ลึกประมาณ 1.50 เมตร ถูกต่อจากไม้ตะเคียนทั้งลำ และยังมีคราบการถูกยาแนวกันน้ำซึมด้วยยางชัน ในท้องเรือยังมีเศษไม้ไผ่อยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่ามีอายุกว่า 200 ปี

นายสุธี เตรียมประสานกับทางกรมศิลปากร ผ่าน อบต.เกาะเปริด ให้ดำเนินการตรวจสอบซากเรือ เพื่อสรุปให้แน่ชัดว่าเป็นเรือชนิดใด รวมทั้งหาอายุและความเป็นมา ตลอดจนความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านในชุมชน

ข้อมูลจากhttp://www.thaipbs.or.th/

 

พบซากเรือโบราณใต้ฐานตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

พบซากเรือโบราณใต้ฐานตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

การค้นพบอย่างไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีการขุดพบซากเรือโบราณใต้ฐานอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ค
ซากเรือโบราณที่ขุดพบใต้สถานที่ก่อสร้างอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หลังใหม่ในนครนิวยอร์ค ซึ่งเป็นซากเรือขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของนักโบราณคดีเชื่อว่า น่าจะมีอายุเก่าแก่ย้อนกลับไปถึง 200 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการถมที่ในแม่น้ำเพื่อขยายพื้นที่ในย่านแมนฮัตตันที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับเรือโบราณลำนี้มีความยาว 32 ฟุต คาดมีอายุอยู่ในช่วง ค.ศ.1800 ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ของย่านแมนฮัตตันที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักโบราณคดีเป็นอย่างมาก

เนื้อหาโดย : thaipbs

 

พบเรือรบสมัยพระเจ้าตากอายุกว่า 200 ปี

พบเรือรบสมัยพระเจ้าตากอายุกว่า 200 ปี

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด เรือโบราณซึ่งคาดว่าเป็นเรือรบสมัยพระเจ้าตากอายุกว่า 200 ปี ที่ถูกขุดพบใน อ.บางพลี ขณะสร้างคลองระบายน้ำ เตรียมประสานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

วันนี้ (24 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.00น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางบุญสม บุญท้วม อายุ 47ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/1หมู่6 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการว่า ได้ขุดพบซากเรือโบราณเป็นไม้ตะเคียนทั้งลำ อยู่ในพื้นที่ของตนขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขุดสร้างคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ จึงได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ทันทีที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทราบข่าวต่างก็แห่มาดูเรือกันจำนวนมากและพยายามที่จะเข้าไปขอดูอย่างใกล้ชิดเพื่อกราบไหว้ขอหวย แต่เจ้าหน้าที่ก็กั้นเขตไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำการตรวจสอบก่อน

นางบุญสม กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นพ่อแม่ของตนได้ขุดพบชิ้นส่วน ซึ่งดูคล้ายกับชิ้นส่วนของเรือ จึงได้สร้างศาลเพียงตาไว้ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับ ที่ขุดพบเรือตะเคียนลำนี้ จนกระทั่งดินในบริเวณ นั้นได้ถูกเวียนคืนที่ดินเพื่อสร้างคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ กำลังใช้รถแม็กโครขุดอยู่นั้น ได้ขุดไปกระแทกสิ่งของบางอย่างใต้ดินจึง ค่อยๆขุดอย่างช้าๆ จนพบว่าเป็นเรือขุดจากไม้ตะเคียนทั้งลำ จึงได้นำมาไว้ด้านบน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสภาพเรือมีร่องรอยการถูกไฟไหม้ไปหนึ่งด้านส่วนอีก ด้านยังมีสภาพสมบูรณ์

ทั้งนี้ นางศิริมา เลิศประไพ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้เดินทางมาตรวจสอบเรือลำดังกล่าวลพบว่าเป็นเรือซึ่งขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น ขนาดความยาว 15 เมตร กว้าง2.5 เมตร ขนาด 40 ฝีพาย ซึ่งน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี จากลักษณะการขุดและรูปร่างของเรือ น่าจะเป็นเรือทัพ สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช หรืออาจจะอยู่ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรืออาจจะเป็น เรือของแม่ทัพที่ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ เพราะลักษณะการสร้างเรือนั้นมีความละเอียด ซึ่งคนสามัญชนทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างแน่นอน

อีกทั้งบริเวณที่ขุดพบเรือลำดังกล่าวนั้นอยู่ใกล้กับคลองบางปลา ซึ่งในอดีตคลองแห่งนี้ก็เป็นเส้นทางเดินเรือ ที่สำคัญที่พระมหากษัตริย์สมัยก่อนใช้เป็นเส้นทางคมนาคมและเดินทางไปยังเมือง อื่นๆ แต่เส้นทางน้ำอาจจะเปลี่ยนไปและเมื่อเรือเกิดการชำรุดหรือเสียหายจากการ ถูกไฟไหม้จึงได้ถูกปล่อยให้จมและถูกดินทับถมไว้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังกรม ศิลปกร เพื่อเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นเรือโบราณสร้างขึ้นในสมัยใด เพราะถือ ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยและชาวจังหวัดสมุทรปราการเป็น อย่างมาก เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญกับการสร้างเรือขึ้นจากไม้ตะเคียนทั้งลำซึ่งมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งใน วันจันทร์ที่ 26มีนาคมนี้


เรือรบอังกฤษ

ซากเรือรบอังกฤษจมทะเลสาบสหรัฐฯ 200 ปีไม่บุบสลาย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 16 มิถุนายน 2551 13:21 น.

ภาพจากวิดีโอซึ่งเคนนาร์ดและสโควิลล์บันทึกไว้เป็นภาพเรือรบโบราณของอังกฤษซึ่งอับปางลงกลางทะเลสาบสหรัฐฯ เมื่อกว่า 200 ปีที่ผ่านมา (เอพี)

พบซากเรือรบอังกฤษจมอยู่ในก้นทะเลสาบออนตาริโอใกล้เมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ ตั้งแต่ 200 ปีที่ผ่านมา และทำให้ลูกเรือทั้งหมด 130 คนจมหายไปด้วย แต่สภาพเรือซึ่งติดตั้งปืนใหญ่ 22 กระบอกยังสมบูรณ์ นับเป็นอีก “จอกศักดิ์สิทธิ์” ของเรืออับปางใน “ทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5”

เรือรบอังกฤษซึ่งติดตั้งปืนใหญ่ 22 กระบอกและจมลงอยู่สู่ก้นทะเลสาบออนตาริโอ (Lake Ontario) ของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากพายุตั้งแต่เดือน ต.ค.ปี 2323 ซึ่งเป็นยุคปฏิวัติอเมริกานั้น ได้รับการค้นพบโดยนักค้นหาซากเรืออับปาง จิม เคนนาร์ด (Jim Kennard) และแดน สโควิลล์ (Dan Scoville) ซึ่งใช้คลื่นเสียงและเรือดำน้ำแบบไร้คนบังคับเพื่อค้นหาตำแหน่งของเรือเอชเอ็มเอสออนตาริโอ (HMS Ontario) ที่จมหายไปพร้อมลูกเรือทั้งหมด 130 คน ตามรายงานของสำนักข่าวเอพีและสำนักข่าวอื่นๆ

ภาพจากกล้องวิดีโอที่เคนนาร์ดและสโควิลล์บันทึกไว้ แสดงบริเวณสำหรับลูกเรือและเสากระโดงเรือ (เอพี)

เรือเอชเอ็มเอสออนตาริโอนี้เป็นเป็นเรือเดินสมุทรเก่าแก่ที่สุดที่พบในทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 (Great Lakes)* อันเป็นสุสานของเรือกว่า 4,700 ลำ โดยไทม์ออนไลน์ได้ให้รายละเอียดว่า เคนนาร์ดและสโควิลล์ใช้เวลาหาตำแหน่งของเรือลำนี้ร่วม 3 ปี ซึ่งเรือใบเสากระโดงคู่นี้ได้จมลงในเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้าย พายุได้พัดพาเรือจากค่ายทหารฟอร์ทไนแอการา (Fort Niagara ) ข้ามมายังทะเลสาบ และคว่ำดาดฟ้าเรือแล้วจมลงสู่เบื้องล่าง

“ปกติเมื่อเรือล่มเนื่องจากพายุใหญ่ก็จะถูกโจมตีและไม่จมลงในสภาพที่ดีนัก เรือลำนี้ก็จมลงด้วยพายุใหญ่แต่จมลงโดยไม่เสียหายอะไร แม้แต่หน้าต่าง 2 บานก็ยังไม่แตก แค่จมลงไป ความแตกต่างของความกดอากาศก็ทำให้กระจกแตกได้ ช่างเป็นเรือที่สวยจริงๆ” สโควิลล์กล่าว

ภาพวาดโดยบริทตัน สมิธ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรือรบลำนี้ (เอพี)

ทีมค้นหาลงความเห็นว่าเรือที่อับปางนี้ถือเป็นสุสานแห่งสงครามและไม่มีแผนที่จะกู้หรือเคลื่อนย้ายศิลปวัตถุใดๆ ของเรือ พร้อมทั้งกล่าวว่าเรือลำนี้ยังคงเป็นทรัพย์สมบัติของกองทัพอังกฤษ และแม้ว่าเรือใหญ่จะจมอยู่ลึกลงไปใต้น้ำกว่า 150 เมตรและไม่ใครที่จะลงไปถึงได้ แต่นักดำน้ำผู้มากประสบการณ์อย่างเคนนาร์ดและสโควิลล์ก็ตัดสินใจที่จะหาตำแหน่งที่ถูกต้อง

แทบไม่น่าเชื่อที่ได้พบเรือเดินสมุทรยุคสงครามปฏิวัติในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์นี้ เป็นปาฏิหารย์ทางโบราณคดีเลยทีเดียว เธอเหมือนเพิ่งจมลงเมื่อวานนี้เอง” ความเห็นของอาร์เธอร์ บริทตัน สมิธ (Arthur Britton Smith) ชาวแคนาดาผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรือเอชเอ็มเอสออนตาริโอเมื่อปี 2540 ที่ชื่อว่า “ตำนานแห่งทะเลสาบ” (The Legend of the Lake) หลังจากที่เขาได้ชมวิดีโอที่บันทึกภาพเรือไว้

เรือจมลงพร้อมทหารอังกฤษ 60 นาย ลูกเรืออีก 40 คนและนักโทษอเมริกันอีก 30 คน ซึ่งเอพีรายงานคำพูดของสมิธอีกว่า เรือลำนี้เดินทางได้เพียง 5 เดือนและถูกใช้เพื่อลำเลียงกองทัพทหารและเสบียงไปยังแนวพรมแดนของนิวยอร์ก และแม้จะเป็นเรืออังกฤษลำใหญ่ที่สุดท่ามกลางทะเลสาบใหญ่ในเวลานั้นแต่ก็ยังไม่เคยมีการปะทะใดๆ เมื่อเรือจมลงทางการอังกฤษก็ได้ทำการค้นหาแต่พยายามเก็บความลับไว้จากกองทหารของจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ด้วยเหตุผลทางการทหาร

แผนที่แสดงบริเวณที่คาดว่าเรือรบเอชเอ็มเอสออนตาริโออับปางลงในกรอบสีแดง (เอพี)

อย่างไรก็ตามหลังเหตุเรืออับปางเพียง 1 วัน ทางลงใต้ท้องเรือ กล่องใส่เข็มทิศ เข็มทิศ หมวกหลายใบและผ้าห่มได้ลอยเข้าฝั่ง และหลายวันหลังจากนั้นก็มีคนพบใบเรือลอยในทะเลสาบ จากนั้นอีกหนึ่งปี 6 ศพจากทะเลสาบออนตาริโอก็ถูกพบใกล้ๆ เมืองวิลสัน นิวยอร์ก แต่หลังจากนั้นกว่า 2 ศตวรรษก็ไม่มีร่องรอยของเรือให้พบอีกเลย นักสำรวจได้พยายามค้นหาซากเรือนานหลายทศวรรษแต่ก็ล้มเหลว

สำหรับเคนนาร์ดซึ่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าได้ดำน้ำมาเกือบ 40 ปีและได้พบซากเรือมากกว่า 200 ลำในทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 ทะเลสาบแชมเพลน (Lake Champlain) ทะเลสาบฟิงเกอร์ (Finger Lake) แม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi River) และแม่น้ำโอไฮโอ (Ohio River) โดยเริ่มต้นค้นหาซากเรือในทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 เมื่อ 35 ปีที่แล้วแต่ก็หยุดหลังจากคว้าน้ำเหลวอยู่หลายปี

จนกระทั่ง 6 ปีที่แล้วเคนนาร์ดได้ตั้งทีมขึ้นมาใหม่ร่วมกับสโควิลล์นักดำน้ำผู้พัฒนาเรือดำน้ำแบบบังคับทางไกลร่วมกับนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีโรเชสเตอร์ (Rochester Institute of Technology) จากนั้นคู่หูคู่ใหม่ก็ได้พบเรืออับปาง 7 ลำแล้วในทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 ทั้งนี้ทีมค้นหาได้พบสิ่งที่ระบุว่าเป็นเรือนั่นคือตาข่ายบนเสากระโดงเรือ และยังได้พบปืนใหญ่ สมอเรือและระฆังเรือด้วย

หมายเหตุ

* ทะเลสาบใหญ่ทั้ง 5 (Great Lake) ได้แก่ ทะเลสาบอีรี (Lake Erie) ทะเลสาบฮิวรอน (Lake Huron) ทะเลสาบมิชิแกน (Lake Michigan) ทะเลสาบออนตาริโอ (Lake Ontario)และทะเลสาบสุพีเรียร์ (Lake Superior)